Free Web Site - Free Web Space and Site Hosting - Web Hosting - Internet Store and Ecommerce Solution Provider - High Speed Internet
Search the Web

ในการเริ่มเล่นนั้น ทุกคนจะต้องมี Deck หรือกองไพ่ของตนเอง โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายการ์ดได้ทั่วไป ซึ่งมีอยู่ประมาณ 6-7 แห่งใน กทม. ในการเล่นครั้งแรก ขอแนะนำว่าให้ซื้อ Preconstruction Deck หรือบอกเจ้าของร้านว่า “พรีคอน” ซึ่งราคาประมาณ 350-400 บาท เจ้าของร้านก็จะหยิบให้ แต่ Pre-Con ก็มีหลากหลายมากให้เลือกเล่น เราต้องตัดสินใจว่าเราชอบแนวการเล่นแบบใด โดยเมจิคนั้นแบ่งออกเป็น 5 สี ซึ่งหมายถึง 5 ธาตุ แล้วแต่ละสีมีความสามารถต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

สีขาว : จะเก่งเรื่องการป้องกันมาก เช่นมีความสามารถเรื่อง Protection from Colour คือป้องกันทหารเราจากทหารสีอื่นได้ พลังป้องกันของทหารจะสูงมาก ผู้เล่นจะมีการเพิ่มพลัง(รักษา) ตัวเองได้รวดเร็ว เก่งด้านการทำลายของเสก (ในเกมส์จะเรียกว่า Enchantment) สามารถสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม เช่นสั่งให้ผ่ายตรงข้ามโจมตีไม่ได้ หรือแม้กระทั่งสะท้อนพลังโจมตีกลับไปยังฝ่ายตรงข้าม

สีฟ้า : จะเป็นสีที่เก่งเรื่องการถ่วงเวลามาก คนที่เล่นสีนี้จะต้องเป็นคนใจเย็นจริงๆและต้องคิดล่วงหน้าหลายๆตามากเพราะสีฟ้านั้น ทหาร(Creature) ที่เก่งๆแทบไม่มีเลย แต่สีนี้มการ์ดที่มีความสามารถที่สกัดไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามลงการ์ดที่เขาต้องการได้อย่างเต็มที่ และมีความสามารถในการโขมยของของอีกฝ่ายมาใช้ และความสามารถที่เด่นอีกอย่างหนึ่งคือเป็นสีที่มีการ์ดที่สามารถทำให้เราจั่วได้เร็วมาก

สีดำ : เก่งด้านเรื่องผีๆสางๆมาก มีการปลุกทหารที่ตายแล้วกลับเข้ามาเล่นใหม่(เรียกว่าการขุด) เป็นสีที่เก่งมากด้านการทำลายทหารฝ่ายตรงข้ามโดยตรง คือส่งทหารเขาลงสุสานได้ทันทีเลย และมีความสามารถในการดูดพลังชีวิตคนอื่นมาเป็นของตัวเอง มีความสามารถในการรักษาตัวเองของทหาร( Regenerate) เช่นเดียวกับสีเขียว

สีแดง : เป็นสีที่มีความรวดเร็วสูงมาก คอนเซ็ปหลักคือการใช้เวทย์ทำความเสียหายให้ฝ่ายตรงข้ามโดยตรงโดยไม่ต้องใช้ทหาร การทำลายทรัพยากรฝ่ายตรงข้ามทำให้เขาลงเล่นอะไรไม่ได้ การเจาะกำแพงที่ฝ่ายตรงข้ามสร้าง ทหารส่วนใหญ่เป็นทหารที่เรียกได้ว่าตีฉาบฉวย หรือตีแล้วหนี ความไวสูง สีแดงอาจชนะฝ่ายตรงข้ามโดยใช้ระยะเวลาไม่กี่ตาเท่านั้น

สีเขียว : เป็นสีแห่งธรรมชาติ ทหารสีนี้จะมีพละกำลังอย่างมาก ถึงแม้พละกำลังจะน้อย แต่สามารถเพิ่มพลังตนเองได้ในเวลาอันรวดเร็ว และสามารถฟื้นพลังตัวเองได้หลังต่อสู้หรือได้รับความเสียหาย และมีความสามารถในการทะลวง(Trample) คือการโจมตีแบบทะลุเข้าไปยังผู้เล่นที่ถูกโจมตีได้ ถึงแม้ว่าจะมีตัวมาป้องกันก็ตาม และยังมีการเพิ่มพลังชีวิตของผู้เล่นได้เช่นเดียวกับสีขาว แต่คงดีสู้สีขาวไม่ได้

ไม่มีสี : ส่วนใหญ่พวกนี้จะเป็นพวก Artifact (ของใช้) หรือ Artifact Creature (พวกหุ่นยนต์ หรือโกเล็ม) จะแทนสีขอบการ์ดด้วยสีน้ำตาลอ่อน พวกนี้จะไม่มีสี ทำให้อ่อนต่อเวทย์มนต์ของแทบทุกสีจึงไม่มีใครจัดแบบไม่มีสีล้วนๆ แต่ส่วนใหญ่มักเอาผสมกับสีอื่นๆที่มีเพื่อเป็นการ์ดช่วยเหลือ และการ์ดที่ไม่มีสีก็มีดีหลายอย่างเช่น เนื่องจากมันไม่มีสี ความสามารถในการ Protection from Colour ของสีขาวจึงไม่สามารถใช้งานกับพวกนี้ได้

การ์ดใบไหนในเกมนี้ที่เก่งที่สุด

คำถามน้ำเป็นคำถามที่คนที่เล่นไม่เป็นหรือคนที่เริ่มเล่นใหม่ๆมักถามกัน ในเกมส์เมจิคนั้นไม่มีการ์ดใบไหนเก่งที่สุดเลย เพราะการ์ดทุกใบสามารถแก้ได้หมด เช่นทหารพลังแค่ 1 แต่มีความสามารถพิเศษ สามารถชนะทหารที่พลังมากกว่าตัวเองนับสิบเท่าได้ และถ้าเป็นทหารที่มีพลังมหาศาลและมีความสามารถดีๆนั้น ในเมจิคก็มี แต่การเรียกออกมานั้นยากขึ้นตามความเก่งกาจของทหารนั้น ถ้าใส่แต่ทหารที่เก่งมากๆลงในกองการ์ดของเรา เราอาจตายโดยไม่ได้ลงการ์ดสักใบเลยก็ได้ การ์ดที่หายากๆ มีราคาแพงของเมจิคนั้นก็ใช้ไม่ได้สำหรับทุก Deck เสมอไป บางทีใส่เข้าไปอาจเป็นการ์ดถ่วงเวลาของเราไปก็ได้ และที่เมจิคสนุกคือ การ์ดในแต่ละใบ จะมีทั้งข้อดี และข้อเสีย คือบางทีลงมาแล้ว เราอาจเสียผลประโยชน์ หรืออาจทำให้เราแพ้ไปเลยก็ได้

................ข้างบนเป็นภาพการ์ดคร่าวๆ ก็ลองไปเทียบกับการ์ดจริงอีกครั้ง ที่มักงงๆกันก็คือ ตรงส่วนความสามารถกับส่วนของ Favour Text ซึ่งการ์ดบางใบมีส่วนของ Favour ยาวมาก คนที่เล่นใหม่ๆนึกว่าเป็นความสามารถของมัน ทำให้งงเองก็ต้องแยกว่าส่วนของความสามารถจะเป็นตัวอักษรหนาปรกติ ส่วน Favour text จะเป็นตัวเอียงบางๆ

ชนิดของการ์ด

.................ในเกมเมจิคนั้นจะแบ่งการ์ดออกเป็น 5 ชนิดใหญ่ๆ ดังนี้

1. Land พวกนี้จะสำคัญที่สุดในเกมส์ โดยในเมจิคมีแลนด์อยู่ 2 ประเภทดังนี้
......* Basic Land : เป็นแลนด์หลัก เราจะใส่ใน Deck เรากี่ใบก็ได้ แต่ส่วนใหญ่มักใส่ 1 ใน 3 ของการ์ดทั้งหมด คือประมาณ20ใบ Basic Land นี้มีหน้าที่คือให้พลัง(Mana)กับเราทำให้เราสามารถร่ายเวทย์หรือเรียกทหารออกมาได้ จึงถือเป็นทรัพย์ยากรหลักของเรา Basic Land มีอยู่ 5 ชื่อเท่านั้นคือ Plain(ทุ่งหญ้า) ซึ่งให้พลังหรือ Mana สีขาว , Island(เกาะ)จะให้Mana สีฟ้า , Swamp(หนอง บึง) จะให้ Mana สีดำ , Mountain(ภูเขา) จะให้ Mana สีแดง และ Forest(ป่า) จะให้มานาเขียว
......* Non-Basic Land คือแลนด์ที่นอกเหนือแลนด์ 5 อย่างข้างบน เป็นแลนด์ที่มีความสามารถพิเศษ นอกเหนือจากการให้ Mana สามารถใส่ได้ชื่อละ 4 ใบเท่านั้นใน Deck ของเรา
2. Creature เป็นการ์ดหลักของเกมส์ สังเกตุง่ายๆคือมุมล่างขวาจะมีพลังบอกอยู่ เช่น 1/1 หรือ 1/3 หรือ 6/6 ซึ่งด้านหน้าเป็นพลังโจมตีและด้านหลังเป็นพลังป้องกัน
3. Sorcery เป็นเวทย์มนต์ที่มีความไวต่ำ สามารถใช้ได้ในTurnเราเท่านั้น เมื่อใช้แล้วก็โยนลงสุสานไป สรุปแล้วคือใช้ได้ครั้งเดียวแล้วโยนทิ้ง
4. Instant เป็นเวทย์ที่มีความไวสูงมาก สามารถร่ายใน Turn เขาได้ และใน Turn เราก็ได้เช่นกัน สามารถร่ายตัดหน้าเวทย์อื่นได้หรือแม้แต่สกัดเวทย์อื่น(พวกเวทย์ Counter ของสีฟ้า) ใช้ครั้งเดียวก็โยนทิ้งอีกเช่นกัน
5. Enchantment เป็นของเสกที่ทำหน้าที่คล้ายๆ Sorcery หรือ Instant แต่เราตั้งไว้ตลอดเวลาและใช้ได้เรื่อยๆจนกว่าจะถูกทำลายไป Enchantment นั้นมีอยู่ 2 ประเภทคือ
.......* Global Enchantment เป็น Enchantment ที่เขียนประเภทของการ์ดว่า Enchantment เลย วิธีใช้ก็คือตั้งไว้เฉยๆแล้วใช้ความสามารถของมันได้
.......* Local Enchantment เป็น Enchantment ที่เขียนว่า Enchant แล้วตามด้วยสิ่งที่จะแปะ(เสกใส่) เช่น ถ้าเขียนว่า “Enchant Land” ก็คือ Enchantment นี้ใช้เสกใส่ Land เท่านั้น ถ้าไม่มีแลนด์ให้แปะก็จะไม่สามารถร่ายได้ หรือถ้าแปะไปแล้วแลนด์ที่ถูกแปะนั้นถูกทำลาย ใบนี้ก็จะลงสุสานไปด้วยเพราะไม่มีของให้เกาะอยู่ ส่วนใหญ่เป็น Enchant Creature ซึ่งทำให้ Creature มีความสามารถเพิ่มขึ้นมา

เริ่มเล่นกันเลย

.............ในเกมเมจิคนั้นจะต้องแบ่งเฟส(Phase) ในการเล่นออกเป็น 7 Phase ใหญ่ๆ ซึ่งผู้เล่นต้องทำตามอย่างเคร่งครัดเพราะความสามารถการ์ดบางใบ ถ้าเรียง Phase ผิดจะทำให้ความสามารถการ์ดใบนั้นเป็นอีกอย่างทันที Phase ในเกมเมจิคมีดังนี้

1. Untap Phase ทุกคนจะต้อง Untap การ์ดของตนเองขึ้นมาให้การ์ดอยู่ในสภาพ Untap เพื่อให้การ์ดใช้ได้อีกครั้งเพราะการ์ดที่อยู่ในสภาพ Tap จะถือว่าใช้ไม่ได้แล้ว ยกเว้นมีความสามารถที่ใช้ในตอน Tap ได้

2. Upkeep Phase คือ Phase ที่ตรวจดูว่าต้องจ่ายมานาเลี้ยงตัวไหนหรือต้องทำอะไรหรือเปล่า เพราะการ์ดบางใบมีความสามารถที่เกิดขึ้นเองตอน Upkeep
3. Draw Phase คือการจั่วการ์ดขึ้นมา 1 ใบ แต่ถ้าในตอน Draw Phase ไม่สามารถจั่วได้เพราะการ์ดหมดกองเราจะแพ้ทันที
4. Main Phase ถือว่าเป็น Phase ที่ยุ่งที่สุด คือเราสามารถลงการ์ดทุกใบได้เต็มที่ ตั้งแต่ Land , Creature , Sorcery , Instant หรือ Enchantment สามารถเล่นได้หมดถ้ามีมานาพอ การลงการ์ดทำดังนี้
........- ถ้ามีแลนด์ในมือลงไปก่อน แต่อาจเลือกที่จะไม่ลงก็ได้เพราะไม่มีกฎห้าม แต่ปรกติจะลง ถ้าไม่เอาแลนด์ในมือไปทำอย่างอื่น การลงแลนด์นั้นลงได้ Turn ละ 1 ใบเท่านั้น เมื่อลงแล้วก็ตรวจการ์ดในมือเราว่าจะร่ายอะไรหรือไม่
........- การร่ายการ์ดนั้นนั้นจะมีสัญลักษณ์มานาอยู่ที่มุมบนขวา การดูว่าแต่ละตัวนั้นต้องใช้แลนด์หรือมานาจำนวนเท่าไหร่ก็ดู เช่น 2BB คือต้องใช้มานาสีดำจาก Swamp2มานา และมานาจากอะไรก็ได้อีก 2 มานาสรุปแล้วคือเราต้องใช้ 4 แลนด์เพื่อร่ายใบนี้ ซึ่งหมายถึง เวลาเราร่ายใบนี้เราจะ Tap (ตะแคง) การ์ด Swamp ที่เรามีไป 2 ใบ และตะแคงแลนด์อะไรก็ได้อีก 2 แลนด์
GGGGG คือเราต้องแทบแลนด์เอามานาเขียวจาก Forest ทั้งหมด 5 แลนด์ ห้ามเอาสีอื่นปน
3BRU คือเราต้องแทบ Swamp 1 ใบ และ Mountain 1 ใบ และ Island 1 ใบและแลนด์อะไรก็ได้อีก 3 ใบเพื่อร่ายใบนี้
X2W ใบนี้เป็นใบที่เราต้องแทบ Plain 1 ใบ เพื่อเอามานาขาว และแลนด์อะไรก็ได้อีก 2 ใบอย่างต่ำเพื่อร่ายใบนี้ แต่ถ้าเราจ่ายมานาแค่นี้ X จะเป็น 0 ซึ่งทำอะไรไม่ได้ เราต้องทำให้ X มากกว่า 0 เพื่อเป็นจำนวนที่เราต้องการเช่นถ้าเราต้องการให้ X เป็น 3 เราต้องจ่ายเพิ่มเข้าไปอีก 3 แลนด์อะไรก็ได้ ส่วน X จะเอาไปทำอะไรนั้นจะต้องอ่านที่ความสามารถของการ์ดเอาเอง ว่าจะเอาค่า X ไปทำอะไร
5. Combat Phase เป็นการประกาศว่าเอาทหารหรือ Creature เราเข้าไปสู้ (ถ้ามี) โดยต้องสั่งตีทีเดียวหมด โดยตัวที่เราสั่งตีนั้น เราจะต้อง Tap(ตะแคง)ลงไปแล้วตัวนั้นจะใช้ไม่ได้อีก และไม่มีสิทธิเลือกว่าจะตีเข้า Creature ตัวไหนของเขาเมื่อสั่งตีไปแล้ว เป็นหน้าที่เขาที่จะเลือกเอา Creature ของเขามาป้องกัน (ต่อไปขอเรียกว่าการ Block) แต่ก็เป็นหน้าที่ของเขาเช่นเดียวกัน ถึงเขาจะมี Creature มากมายที่จะบล็อก แต่เขาจะสั่งไม่บล็อกก็ได้ ถ้าเขาสั่งไม่บล็อกก็คือความเสียหาย (เท่ากับพลังโจมตี) จะหักลบกับ Life Point (พลังชีวิต) ของฝ่ายตรงข้ามซึ่งเดิมมี 20 ถ้าลดลงถึง 0 เมื่อไหร่ก็จบเกมส์ทันที แต่ถ้าเขาสั่งบล็อก ลองดูกรณีต่อไปนี้
...........* ถ้า Creature เราพลัง 2/3 (ข้างหน้าเป็นพลังโจมตี ข้างหลังเป็นพลังป้องกัน) แล้วเขาเอา Creature พลัง 1/1 มาบล็อก ผลคือ พลังโจมตีของเราซึ่งคือ 2 จะเข้าที่พลังป้องกันของCreatureเขาซึ่งมีแค่ 1 ทำให้ Creature เขาตาย ส่วนในเวลาเดียวกันนั้นเอง พลังโจมตีของ Creature เขาซึ่งเท่ากับ 1 ก็เข้าที่พลังป้องกันของเรา แต่เราไม่เป็นอะไรเพราะพลังป้องกันเราถึง 3 บางคนอาจงงๆ ลองดูกรณีตัวอย่างอื่นๆดูละกัน
..........* ถ้า Creature ของเราพลัง 2/3 และพลัง Creature ของเขาที่เอามาบล็อกคือ 3/2 ผลคือตายทั้งคู่

..........* Creature ของเรามีพลัง 4/4 สั่งโจมตีเขาเอา Creature พลัง 0/5 มาบล็อก ผลคือไม่มีฝ่ายใดตาย
..........* Creature ของเรามีพลัง 4/1 สั่งโจมตีและเขาเอา Creature พลัง 4/4 มาบล็อก ผลคือตายทั้งคู่
..........* Creature ของเรามีพลัง 1/1 แล้วสั่งโจมตี เขาเอา Creature พลัง 7/1 บล็อก ผลคือตายทั้งคู่
..........* Creature ของเรามีพลัง 1/1 แต่มีความสามารถ First Strike และเขาเอา Creature พลัง 10/1 มาบล็อก ผลคือ Creatureของเขาซึ่งพลัง 10/1 ตาย แต่ของเรายังอยู่ (ความสามารถ First Strike คือตีเข้าพลังป้องกันของ Creature เขาก่อน ถ้าตัวCreature เขายังไม่ตายถึงตีกลับมายัง Creature ของเราได้)
..........* ลองดูอีกกรณีนึง คือของเรามีความสามารถ 4/4 First Strike เขาก็มีพลัง 4/4 เหมือนกันมาบล็อก ปรากฎว่า Creature ของเรายังอยู่ แต่ของเขาตาย
..........* ถ้ามี Creature พลัง 7/1 มีความสามารถ Trample(ทะลุทะลวง) เขาเอา Creature พลัง 1/1 มารับ ผลคือตายทั้งคู่ แต่ฝ่ายที่ป้องกันเสียพลังชีวิตไป 6 ด้วย (ความสามารถ Trample คือความสามารถที่ใช้ในตอนโจมตี ถ้าเขาเอามารับแล้ว พลังโจมตียังเหลืออยู่ ก็ทะลุไปยังฝ่ายตรงข้าม อย่างตัวอย่างนี้คือพลังป้องกันเขาแค่ 1 ก็หักลบกับพลังโจมตีไป สรุปก็คือทะลุเข้าไป 6)
..........* ถ้าเรามี Creature พลัง 3/3 แต่มีความสามารถ Flying(บินได้) แต่เขาไม่มี Creatureที่มีความสามารถนี้เลย Creature เขาจะไม่สามารถบล็อกได้ (Creature ที่มีความสามารถ Flying สามารถบล็อกได้ทั้งตัวที่อยู่บนบกและบนอากาศ)

..........* ถ้าเรามี Creature 3/3 ตีเข้าไปเขาสามารถใช้ Creature ที่มีความสามารถ 1/1 แต่มีความสามารถ Flying มาบล็อกได้
.........* ถ้า Creature ของเราพลัง 4/4 และเป็นสีดำ ตีเข้าไป เขาเอา Creature พลัง 4/4 เหมือนกันแต่มีความสามารถคือ Protection from Black ผลคือ Creature เราตาย แต่ของเขาไม่เป็นไร (ความสามารถ Protection from Color คือ Creature ตัวที่มีความสามารถนี้ไม่สามารถถูกเล็งได้ด้วยเวทย์สีนั้น และความเสียหายทั้งหมดจากสีนั้นที่เข้าตัวมันเป็น 0)
คงจะพอเข้าใจกันแล้วนะครับ แต่ระวังที่ผิดๆกันบ่อยนะครับ
...........- การสั่งโจมตี ทำได้ Turn ละครั้งเท่านั้น ดังนั้นต้องสั่งโจมตีทีเดียวทั้งหมดทุกตัวที่ต้องการโจมตี จะสั่งทีละตัวไม่ได้
...........- ไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะโจมตี Creature ตัวไหนของเขา เป็นหน้าที่เขาที่จะเลือกบล็อกหรือไม่บล็อกเอง
...........- Creature ที่ Tap ไปแล้วไม่ว่ากรณีไดไม่สามารถบล็อกได้ถ้าเขาตีมา พูดง่ายๆคือตัวที่อยู่ในสภาพ Untap(หัวตั้ง)เท่านั้นถึงบล็อกได้
6. Main Phase II คือ เมื่อจบ Combat Phase แล้วเราสามารถร่ายของเพิ่มได้ โดยสามารถร่ายได้ทุกอย่างเหมือนในMain Phase I ถ้ามีแลนด์เหลือพอ ถ้าไม่ร่ายอะไรแล้วก็บอกผ่านไปที่ Phase ต่อไป
7. Discard/Clean Up Phase เป็น Phase ที่เช็ค 2 อย่างคือเช็คว่าการ์ดในมือเราเกิน 7 ใบหรือไม่ ถ้าเกินต้องทิ้งไปให้เหลือ 7 ใบ และถ้า Creature ได้รับความเสียหาย ก็จะเอาความเสียหายนั้นออกหมด แต่ถ้าไม่เข้าทั้ง 2 กรณีเลยก็ผ่านPhase นี้ไป แล้วถือว่าเป็นการจบ Turn เราอย่างสมบูรณ์ ก็จะเริ่มที่ Turn เขาใหม่ เมื่อจบ Turn เขาแล้วก็เริ่ม Turn เราอีกครั้งไปเรื่อยๆ จนจบเกม

คำศัพท์บางคำในการเล่น Magic : The Gathering

1. Counter คำว่า Counter ในเมจิคนั้นมี 2 ความหมายคือ
..........* ตัวนับ คือของบางอย่างจะมีตัวนับ เช่น บางใบมีความสามารถคือมีเม็ด Counter อยู่ 5 เม็ด(เราต้องหามาทดเอา อาจจดใส่กระดาษหรือเอาอะไรมาวางไว้บนการ์ดก็ได้) แล้วในแต่ละ Upkeep Phase เอาออกทีละเม็ด ถ้าเอาออกไม่ได้อีกแล้วตัวนี้จะตายไป เป็นต้น
..........* Counter หรือ Counterspell เป็นความสามารถที่สำคัญของสีฟ้า คือเป็นเวทย์หรือความสามารถที่ยิงแทรกขณะเขากำลังลงการ์ด(ยกเว้นแลนด์) ทำให้เวทย์นั้นลงไม่สำเร็จและตกสุสานไป เขาจะไม่ได้อะไรคืนเลย เท่ากับเสียแลนด์เพื่อร่ายไปฟรีๆและเสียการ์ดในมือด้วย โดยเวทย์ Counter นั้น 99% จะเป็น Instant นั่นก็เท่ากับฝ่ายที่ Counter ต้องเสียการ์ดในมือด้วยเช่นเดียวกัน
2. Haste คือความสามารถที่
Creature ลงมาแล้วสามารถสั่งโจมตีได้ทันทีใน Turn นั้น (ปรกติแล้ว Creature ที่เพิ่งลงมาจะยังตีไม่ได้เพราะยังมึนอยู่ เรียกว่า Summon Sickness ต้องคอยจนถึง Turn ถัดไปของเรา) เป็นความสามารถหลักของสีแดง
3.Prevent X Damage เป็นความสามารถสีขาว
ซึ่งทำให้ความเสียหายจำนวน X (ตามที่การ์ดนั้นบอก) ไม่เข้า ตัวเราหรือ Creature ของเราแล้วแต่เราจะเลือกหรือการ์ดนั้นบอกไว้
4. Legend คือการ์ดในเนื้อเรื่อง
เป็นการ์ดที่มีความสามารถสูงเกินค่าร่าย แต่มีข้อเสียคือในสนามจะมีได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น เช่นถ้ามี Creature ชื่อ Spirite of The Nightอยู่ในสนาม ก็จะไม่มีใครลงการ์ดชื่อนี้ได้อีก ถ้าลงมาจะต้องลงสุสานทันที
5. Deal X Damage คือการทำความเสียหายโดยตรง
จะเข้า Creature หรือ Player (คนเล่น) ก็แล้วแต่การ์ดนั้นจะบอกเอาไว้
6. Regenerate(รักษาตัวเอง) เป็นความสามารถที่เมื่อ
Creature ตัวนั้นถูกทำลาย(Destroy) หรือได้รับความเสียหายเกินกว่าที่จะรับได้ แล้วจ่ายมานาหรือเงือนไขตามที่ตามที่การ์ดใบนั้นบอกเพื่อ Regenerate แล้วการทำลาย (Destroy)ครั้งนั้นหรือความเสียหายนั้นจะไม่สามารถฆ่าตัวนี้ได้ ส่วนใหญ่ความสามารถนี้มักใช้ได้ตลอดเวลาแม้ว่า Creature นั้นจะแทบอยู่ก็ตาม แต่ถ้าอยู่ในสภาพ Untap(หัวตั้ง) อยู่ ต้อง Tap(ตะแคง) ตัวนั้นลงไปด้วย